#101 ความคาดหวัง

ความคาดหวัง

จุดเริ่มต้นของความคาดหวัง ก็เพียงเพราะเรารู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างหลังจากนั้น มนุษย์มีทักษะยอดเยี่ยมในการหวังในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ และอยากให้ทุกอย่างดีอย่างสิ่งที่คิด นั่นจึงเป็นที่มาของความคาดหวังทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ได้อะไรเลย แต่เพียงแค่เราจะไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราควรได้รับเสียมากกว่า รับรู้ให้ได้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องทำให้มากที่สุด หวังในอะไร และไม่ควรหวังในสิ่งใด ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งอย่างบนโลกนี้ควรค่าแก่การคาดหวังไปเสียทั้งหมด การเลือกจึงเป็นศิลปะชั้นเลิศ.

มีหวัง

เราจงใช้ชีวิตด้วยความมีหวังกันจะดีที่สุด เช่น มีหวังว่าวันพรุ่งนี้จะดีขึ้นกว่าวันนี้ มีหวังว่าเพื่อนที่ไม่ชอบหน้าเรา จะกลับมาชอบเรามากขึ้น และอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราล้วนแต่ต้องมีหวัง อนาคตจำเป็นจะต้องมีความหวังอยู่เนือง ๆ มันควรจะเป็นฐานของอารมณ์ที่เราพึงมีไว้ ไม่ใช่ว่าพอเราไม่มีอะไรที่ดีเกิดขึ้นในชีวิต เราก็พลอยสิ้นหวังกันไป แบบนี้ในท้ายที่สุดชีวิตก็คงไม่เหลืออะไร เหลือแต่ความคิดไม่ดีอยู่อย่างนั้น สำรวจตัวเองอยู่เนือง ๆ ว่าอะไรก็ตามบนโลกใบนี้ มาสอนใจเราอยู่เสมอ ว่าให้เราปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อให้เข้ากันกับสิ่งแวดล้อมรอบข้างบ้าง อย่าทำตัวเหมือนว่าสุดโต่งจนเกินไป เพราะมันรังแต่จะทำให้ความวุ่นวายมันถาโถมเสียมากกว่า.

เมื่อเราเริ่มต้นมีหวังแล้ว เราก็มักจะคาดหวังตามไป ซึ่งกระบวนการสร้างนี้จำเป็นจะต้องอาศัยสติในการดำเนินชีวิตไปมาก เพราะชีวิตไม่มีอะไรเป็นเครื่องกั้นได้ดีเท่ากับสติสัมปชัญญะเลย ตัวที่คุ้มกันก็คงเป็นการสำรวมอินทรีย์ ก็คือการสำรวมตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจให้อยู่ในจุดที่สมดุลที่สุด ไม่ให้อะไรย่างกรายเข้ามาทื่อ ๆ แล้วก็ไม่ยอมจะทำอะไรให้มันดีขึ้นแบบนี้ เหตุที่เราจำเป็นจะต้องรักษาสมดุลในเรื่องของการมีหวังในชีวิต ก็เพียงเพราะว่าการมีหวังคือการรักษาจิตใจไม่ให้แห้งเหี่ยวกันไป ระหว่างการเดินทางของชีวิตมันอาจจะมีบางสิ่งที่ไม่ได้สลักสำคัญ แต่เราก็ให้ความสำคัญกับมัน เอาใจไปผูกจนเหนียวแน่น เหมือนกาวที่ยากจะแยกออกจากกันได้ มันจึงต้องอาศัยการมีหวังต่อไป.

ไม่คาดหวัง

จงไม่คาดหวังกับสิ่งใดเลย ไม่ว่าสิ่งนั้นจะน่าคาดหวัง หรือน่าชวนค้นหาสักเพียงใด โลกใบนี้นำคำว่ามากเกินไปหรือน้อยเกินไป มาเป็นจุดที่เราจำเป็นจะต้องชวนคิดอยู่เสมอ อย่างเช่น การคาดหวังในการศึกษาเล่าเรียน จำเป็นจะต้องเรียนจบภายในกี่ปี กี่เดือน หรือว่ากำหนดมันอย่างเถรตรงเกินไป รวมไปถึงความสัมพันธ์ที่เรามักจะคาดหวังอยู่มาก เพราะเราเป็นคนช่างฝันอยู่แล้ว ว่าอะไรจำเป็นจะต้องดีตามสิ่งที่เราหมุดหมายเอาไว้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นภาพจำของสิ่งที่เรียกว่า ฉันคาดหวังว่าให้อนาคตเป็นอย่างสิ่งที่ฉันต้องการ แต่กระนั้นชีวิตมักจะไม่ได้เป็นตามที่คาดหวังกันเสียเท่าไร นั่นก็เป็นเพราะเรารู้เท่าไม่ถึงการณ์กับคำว่าคาดหวังนั่นเอง.

ความคาดหวังอย่างมากล้น จึงเป็นความไร้เดียงสาของมนุษย์ที่ขาดการตระหนักรู้เชิงลึกว่า เราไม่สามารถคาดหวังสิ่งใดได้ แล้วเราจะได้สิ่งนั้น ผู้รู้ทุกคนล้วนทำสิ่งเดียวกันนั่นก็คือ เริ่มต้นกระทำบางสิ่ง และรู้ว่าวันหนึ่งสิ่งที่ได้ตัดสินใจทำลงไปย่อมให้ผลลัพธ์อย่างนั้น แค่นั้นเอง เปรียบเสมือนนำเมล็ดส้มไปปลูกอย่างดี ทั้งรดน้ำพรวนดิน จนวันหนึ่งมันสัญญาว่าจะออกดอก ออกผลมาให้เราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กฎแห่งกรรมก็คือกฎแห่งการกระทำ แค่นั้นเอง ถ้าเรารู้วิธีการสร้าง กระบวนการสร้างทั้งหมดเราก็ย่อมทำในสิ่งที่ควรค่าแก่ชีวิต มนุษย์ก็มักจะได้รับความอิ่มใจ อิ่มกาย รวมไปถึงสังคมแวดล้อมก็ได้รับด้วยเช่นกัน.

อย่าหมดหวัง

คนหมดหวังก็ไม่ต่างกับคนที่ตายไปแล้ว หากมองผิวเผินความหวังของชีวิตเป็นเหมือนพลังของชีวิต มันคงจะปราศจากเชื้อเพลิงไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด เราไม่ควรจะเพิกเฉยต่อคำว่าความสิ้นหวังอย่างเด็ดขาด มันมีความหมายที่ร้ายแรงต่อชีวิต เพราะหากว่าเราหมดหวังบ่อยเข้า เราจะหมดไฟ และลามไปถึงเราจะมองว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรที่ควรหวังกันไปใหญ่ มันเป็นฝั่งที่เราก็จะหลงโลกไปอีกแบบ ตรงข้ามกับการคาดหวัง นั่นก็คือสิ้นหวังนี่เอง ชีวิตไม่มีสูตรสำเร็จที่เราจะบอกอะไรกับมัน เพียงแต่เราต้องรับรู้ว่า ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจตราบนั้นเราก็ยังมีหวัง แค่นั้นเอง เรียนรู้คำว่าแค่นั้นเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้.

เชื้อเพลิงของชีวิตก็คือความหวัง เชื้อเพลิงของรถก็คือน้ำมัน หากขาดมันไปชีวิตเราจะอยู่อย่างไร รถก็คงขับไปต่อไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่บ่งชี้ไปยังทิศทางที่เรียกว่า อะไรก็ตามที่เราตระหนัก มันก็คือชิ้นส่วนของการที่เรามีชีวิตที่สมบูรณ์ สังเกตให้ได้มากที่สุดว่าเราควรรักษาความหวังกับเรื่องอะไร อย่าหมดหวังอะไรง่าย ๆ อย่าสิ้นหวังกับสิ่งที่ควรจะต้องมีหวัง บางเรื่องเราสิ้นหวังไปได้ เช่น เพื่อนที่ไม่รักดีกับแฟนที่ไม่เอาไหน แต่ลูกเรา เราไม่ควรหมดหวังทั้งหมดเพราะอย่างน้อย เราอาจจะเปลี่ยนแปลงนิสัย ทัศนคติ หรือความคิดอะไรได้บ้าง รอจนลูกเราตกผลึกทางความคิดก่อนแล้วค่อยหมดหวัง ก็อาจจะยังพอเป็นไปได้ เพราะยังไงวันหนึ่งความตายย่อมต้องเข้ามาเยือนอยู่ดี.

สมดุลของความคาดหวังคือคำตอบ

มีหวัง ไม่คาดหวัง และอย่าหมดหวัง สามสิ่งนี้จะช่วยให้เรารอดพ้นจากอุปสรรคทั้งปวง มันเป็นยันต์กันตายที่ดีที่สุด ในวันที่เราเจอมรสุมของชีวิต จงท่องไว้ว่าอะไรที่เราทำในวันนี้มันย่อมส่งผลต่ออนาคตอย่างหาที่สุดมิได้ โลกใบนี้ให้พื้นที่กับทุกคนเท่ากันมาตั้งแต่แรก เราแค่เรียนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราทำลงไปบ้าง และราคาของการไม่ทำอะไรเลยย่อมแพงกว่าการทำทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ทั้งหมดเสมอ จงเริ่มต้นทำบางสิ่ง ระหว่างทางเราจะสูญเสียความหวังไปหน่อย แต่ก็พยายามเพิ่มมันด้วยการฝึกปรือตนเอง สร้างกำลังใจให้กับตัวเอง สิ่งใดที่กำลังลดทอนกำลังใจลงไป ให้ตั้งคำถามว่าเราจะป้องกันไม่ให้มันมาลดกำลังใจเราได้อย่างไร ถ้าไม่ได้ก็ให้หากำลังใจมาทดแทนกัน.

รักษาสมดุลคือศิลปะที่ยากอย่างยิ่ง คนส่วนใหญ่ไม่สนใจที่จะรักษาสมดุล คิดเอาเองว่าอะไรคือสิ่งที่อยากได้ใคร่มี หรือปรารถนา จนหลงลืมไปว่ากว่าจะได้สิ่งเหล่านั้นมันต้องใช้พลังงานมหาศาลในการขับเคลื่อนชีวิต ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่แค่ต้องการเชื้อเพลิง แต่มันย่อมต้องการจังหวะ โอกาส และสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยด้วย เพราะต่อให้เรามีรถและมีน้ำมัน แต่ไม่มีถนนให้ขับไป การเดินทางไปนั้นก็ไม่สามารถเป็นไปได้ โลกใบนี้เป็นสังเวียนที่สอนใจเราอยู่ จงเรียนรู้กับครูที่ชื่อว่าความหวังเอาไว้ด้วย เพราะครูคนนี้เขาจะมาสอนในเรื่องของการมีและรักษา ไม่ใช่ทำลายมันจนหมดสิ้นและร่ำไห้อ้อนวอนให้ชีวิตเป็นไปอย่างที่ใจนั้นคาดหวัง.