เมื่อความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ในยุคสมัยนี้อาจจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป เราอาจจะต้องเพิ่มเติมไปว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอาจจะไม่อยู่ที่นั่น การที่โลกบอกกับเราแบบนี้ เราจำเป็นจะต้องทำตามทั้งหมดไหม นั่นก็อาจจะไม่ใช่ความจำเป็นอีกต่อไป โจทย์ของเรา กับของโลกย่อมต่างกัน มันจึงเป็นคำถามว่า วันนี้เราควรพยายามไปกับอะไรมากที่สุด เพราะเราต้องการไปสู่ยังความสำเร็จที่ดูไม่มีทางเป็นไปได้เลย แล้วพยายามให้มันเป็นไปได้ในทิศทางที่เราปรารถนาจริง.
ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นกับความพยายามอย่างเดียว
โจทย์ของระบบทุนนิยมไม่ได้บอกให้เรามีคุณสมบัติอื่น ๆ เลย มันมีแต่เพียงให้เราตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเรา ในระบบที่ถูกตั้งค่ามาอย่างดีแล้วก็เท่านั้นเอง ซึ่งหากว่าเราปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตจริง ๆ ซึ่งเกือบทุกคนก็ต้องการไม่ต่างกันมาก นั่นจึงเป็นคำตอบที่ขึ้นอยู่กับปัจเจกชนทั้งหมดเลย มันไม่ใช่สิ่งที่เราจะต้องบอกว่า เมื่อเราต้องการไปทางสู่ความสำเร็จ แล้วเราจะมีเพียงแค่ความพยายามโดยส่วนเดียว แต่มันย่อมต้องประกอบไปด้วย วินัย อดทน สติปัญญา และอื่น ๆ อีกมากมายเป็นส่วนเสริมกันและกันไป มันจึงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่า ถ้าเราต้องการสิ่งนี้ แล้วทำสิ่งนี้ ผลจึงจะเป็นไปตามนั้นทั้งหมด มันไม่ใช่เลย.
ปัญหาใหญ่ที่สุดของชีวิตมนุษย์ก็คือการไม่ตระหนักรู้ ถึงความเป็นจริงตรงหน้าเท่าที่ควร ถ้าเรารู้แล้วว่าวันนี้เราสุข เราทุกข์ เราก็คงเป็นคนปกติทั่วไป หากว่าเราไม่รู้ว่าสุขหรือทุกข์เลย เราก็คงเป็นคนบ้าไปแล้ว กระนั้นการที่จะบอกว่าเราต้องรู้วิธีการ รวมไปถึงกระบวนการสร้างของความทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลด้วยว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราทุกข์ หรือความทุกข์มันมีอยู่แล้วเราจึงเข้าไปหามัน แล้วเราก็เลยทุกข์เอง คำตอบจึงจะเป็นไปได้เพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นก็คือ ทุกข์มันมีอยู่แล้ว เพียงแต่สติปัญญาเรายังไม่รู้ชัดว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราทุกข์กันแน่ เมื่อเราปรารถนาสิ่งใด จงตระหนักรู้ให้มากว่า สิ่งนั้นย่อมเกิดหรือไม่เกิดก็ได้ มันแล้วแต่จังหวะและโอกาส.
ความพยายามคือเชื้อเพลิงของชีวิต
หากว่าเราไม่มีความพยายามในชีวิต เราก็ไม่ต่างอะไรกับรถที่ขาดเชื้อเพลิง ขาดน้ำมันที่ใช้ขับเคลื่อนรถไปข้างหน้า ในความเป็นจริงแล้ว เราได้ประสบความสำเร็จที่เราพยายามไปเรียบร้อยแล้ว แต่ผลของความพยายามนั้นมันไม่ค่อยมีค่าเท่าใดนัก เพราะมนุษย์มักจะมองข้ามความสำเร็จเล็ก ๆ และไปวาดฝันถึงความสำเร็จที่ใหญ่โตเรียบร้อยแล้ว มันจึงเป็นคำตอบว่า เชื้อเพลิงมันทำหน้าที่ของมันไปแล้ว เหลือแค่ปลายทาง และปริมาณเชื้อเพลิงที่เราจำเป็นจะต้องใช้ในแต่ละครั้งในการเดินทาง สิ่งเหล่านี้จึงไม่สามารถกำหนดเป็นมาตรวัดได้ว่า อะไรคือทางของความพยายาม แล้วเราต้องพยายามไปถึงเมื่อไหร่กัน มันขึ้นอยู่กับเชื้อเพลิง.
แน่นอนว่าเชื้อเพลิงที่ดีก็คือความพยายามที่พอเหมาะ พอควร และรักษาสมดุล คนที่ไฟแรงมากในช่วงต้น มักจะแผ่วปลายเป็นเรื่องสัจธรรม คนที่รักษาไฟฝันเอาไว้ได้เท่านั้น มักจะรักษาเชื้อเพลิงและใช้เท่าที่จำเป็น เพราะเขารู้ชัดว่าความสำเร็จมันไม่มีปลายทางชัดเจน เพียงแค่รักษาอย่าให้เชื้อเพลิงหมดก่อนก็พอ กลับกันที่บางคนมีความโชคดี แต่ก็ใช้ความโชคดีจนหมด แถมมิหนำซ้ำยังไม่เคยเรียนรู้จักคำว่า การอดทนและรอคอย ไม่ใช่ว่าเราจำเป็นจะต้องใช้ความพยายามในทุกวัน บางวันแค่ไม่ต้องทำอะไร นั่งโง่ ๆ ดูธรรมชาติให้มันหมุนเวียนไปก็แค่นั้น ทักษะของการปรับตัวจึงเป็นความท้าทายอย่างมากกว่า เชื้อเพลิงหมดแล้วเราจะทำยังไงต่อไป.
ยอมรับว่าเราเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนนึง
เพียงแค่เชื้อเพลิงที่หมดไปก็ไม่ได้เป็นประเด็นอะไรใหญ่โตมาก ทว่า ประเด็นใหญ่ที่สุดก็คือเราคิดว่าเราจะต้องมีเชื้อเพลิงไปตลอดไหม หรือว่าเชื้อเพลิงหมดก็แค่เติม ไม่ว่าจะคิดอย่างไรมันจะเป็นประตูไปยังหนทางใหม่เสมอ ไฟฝันสามารถเติมได้ผ่านการเรียนรู้ ผ่านประสบการณ์ และผ่านความเข้าใจเบื้องลึกว่า เราคือคนธรรมดาคนหนึ่งในชีวิต มันไม่แปลกที่วันใดที่เราเหนื่อย เราท้อแท้ เราสิ้นหวัง มันเป็นเรื่องปกติมาก ๆ นั่นจึงเป็นทางออกของปัญหาว่า เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มาไกลได้ถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เรามีความชาญฉลาดในเรื่องความพยายาม แต่มันคือการมีทักษะรู้ว่า เวลาใดควรออกล่า หรือเวลาใดควรพัก มันไม่ใช่เป็นเพียงแค่ฤดูกาล แต่มันคือสัญชาตญาณที่จะบอกเราว่าการปรับตัวคือทั้งหมด.
เมื่อความธรรมดาของมนุษย์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ว่า เรารู้จักคำว่าพอเป็น ความสำเร็จมันคือความกระหายที่สมดุล ไม่ใช่ทะยานอยากจนลืมตัวเองว่า พลังเรามีเท่านี้ เราควรใช้พลังไปกับอะไรบ้าง อะไรที่เป็นเหตุให้มนุษย์สามารถครองตนอยู่เหนือห่วงโซ่อาหารมานานนับพันปี นั่นก็คือสติปัญญานั่นเอง ความมีสติปัญญาทำให้เราประมาณตน รู้จักตน และเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่เราถนัดที่สุด พอมนุษย์รู้จักไฟ หลังจากนั้นมนุษย์ก็ครองโลกได้ถึงปัจจุบันนี้ มันคือสิ่งที่สัตว์อื่นไม่สามารถก้าวข้ามผ่านคำว่า รู้จักตนเองได้เลย การลองทำสิ่งต่าง ๆ มากมายเป็นหนทางยาก แต่มันก็ง่ายสำหรับมนุษย์ที่ฝึกฝนกับคำว่าพยายามอย่างทุ่มสุดตัว.
ความสำเร็จคือการได้ลองพยายามทำ
สอบทานดูความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ในทุก ๆ วัน แค่เราเพียงพยายามทำให้อะไรดีขึ้น นั่นก็คือความสำเร็จแล้ว เมื่อความพยายามเป็นส่วนย่อยของทุกแง่มุมในชีวิต มันจึงเป็นคำถามที่ยากว่า อะไรคือสิ่งที่เราควรจะต้องทำในวันนี้จริง ๆ การอยู่เฉย ๆ การปีนป่ายไปสู่ยอดเขา หรือการฝึกฝนที่จะตั้งคำถาม ไม่ว่าทางใดจะปรากฏเด่นชัดขึ้นมา นั่นคือทางที่เราจำเป็นจะต้องฝึกฝนกันอยู่ร่ำไป ความล้มเหลวมันคือการใช้ความพยายามผิดที่ และใช้ไปในหลักที่ผิด อย่าลืมว่าวิถีทางสำคัญกว่าความเร็วเสมอ ถ้าเราใช้แต่ความพยายามจนหลงลืมการใช้สติปัญญา มันก็ไม่ต่างจากรถที่มีเชื้อเพลิงเต็มถัง แต่ไม่มีพวงมาลัย และไม่มีเกียร์ให้เลือกเลย เพราะชีวิตบางทีต้องหยุด ต้องถอย และต้องพักด้วย.
จังหวะคือแม่บทของทุกสรรพสิ่ง เราจะแข่งขันกันเรื่องจังหวะไม่ได้ อย่างเช่นสนามแข่งรถ มักจะมีช่วงที่ต้องเลี้ยว ต้องแซง บางคนแหกกฎ บางคนไม่เข้าใจคำว่าจังหวะก็เลยอาจจะต้องพ่ายแพ้กลับไป ซึ่งปัญหาใหญ่ของชีวิตมักจะเป็นการไม่เคยเรียนรู้จักจังหวะของธรรมชาติว่า ไม่ใช่ทุกจังหวะเราควรต้องพยายาม การไม่พยายามในบางจังหวะคือการใช้ความพยายามไปเรียบร้อยแล้ว พยายามเดิน พยายามหยุด และพยายามพักบ้าง การเปลี่ยนอิริยาบถคือศิลปะของการใช้ชีวิต ไม่ใช่มีแต่ความพยายามล้วน ๆ ไม่มีส่วนเสริมอะไรเลย แบบนั้นก็คงจะเป็นการที่เรากระทำอะไรแบบไม่เคยเรียนรู้ตามความเป็นจริงเลยมากกว่า รู้จักตนเอง รู้จักจังหวะ และรู้ว่าเวลานี้ควรพยายามในเรื่องอะไร.








