เมื่อสถานการณ์นึงได้ถูกเปลี่ยนแปลง ความคิดและจิตใจก็ย่อมเปลี่ยนแปลงตาม ไม่มีอะไรผิดไปจากสิ่งที่ควรจะเป็นมันเป็นเพียงแค่ความคิดหนึ่งที่ถูกถักทอเพียงเท่านั้น ความเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกัน นั่นแหละจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของธรรมชาติต่อไป เรื่องราวในชีวิตมันเป็นเพียงแค่ภาพจำต่อ ๆ กันไม่มีวันสิ้นสุด เราเองที่ไปเป็นคนยึดถือว่าทุกสิ่งจำเป็นจะต้องตลอดไป เพียงแค่คำว่าตลอดไปไม่มีจริง แล้วเราจะดึงรั้งสิ่งใดเอาไว้ได้บ้าง ความสามารถทั้งหมดที่เรามีในทุกวันนี้ สามารถรักษาอะไรไว้ได้บ้าง.
ทุกสรรพสิ่งสัมพันธ์กันหมด
ไม่มีอะไรขวางกั้นเหตุปัจจัยไปได้เลย เราทุกคนจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจเหตุปัจจัยก่อนอันดับแรก เราจึงจะรู้สึกสรรพสิ่งรอบข้างของเรา เมื่อปัญหาหนึ่งเกิดขึ้น เราก็ต้องสาวไปหาเหตุว่ามันมาจากที่ใดกันแน่ อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นมา ก็เป็นเพียงแค่ธรรมชาติที่ร้อยเรียงให้มันเป็นแบบนั้น แบบนี้ อย่างสิ่งที่ธรรมชาติปรารถนา เมื่อเหตุปัจจัยหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน มันจึงปรากฏเป็นสิ่งที่เรียกว่าผลลัพธ์ของสิ่ง ๆ นั้นขึ้นมา ไม่มีคำว่าบังเอิญบนโลกใบนี้ ทุกสิ่งมีเหตุมีผลเสมอ เพียงแต่เราแค่ไม่สามารถล่วงรู้ได้ทั้งหมด ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรจะน้อมนำมันมา หากว่าชีวิตของเรากำลังเป็นไปในทิศทางที่ดี นั่นก็แปลว่าเราเข้าใจว่าทุกสิ่งสัมพันธ์กันหมด.
หากมองให้ดี ๆ เราเกิดมาได้ก็เพราะ พ่อของแม่เรารักกัน ถึงแม้จะไม่ได้รักกันมากขนาดนั้น แต่เขาก็ร่วมรักกันจึงเกิดเราขึ้นมา สิ่งต่าง ๆ พยายามถักทออย่างยิ่งยวดเพื่อให้สิ่ง ๆ หนึ่งฟูมฟักขึ้นมาได้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่งานที่ง่ายดายเลย ธรรมชาติเป็นของสำคัญ แต่ผู้คนมากมายมักหลงลืมที่จะสนทนากับธรรมชาติ และก็คิดว่าทุกสิ่งแยกขาดออกจากกัน เมื่อเราไม่รู้เหตุเราก็จึงไม่รู้ผลลัพธ์ที่แท้จริงว่า มันควรจะเป็นในรูปแบบใดกันแน่ แต่ขอให้รู้ไว้อย่างนึงว่า ผลลัพธ์ไม่เคยผิดพลาด สิ่งที่เราตัดสินใจไม่เคยล้มเหลว ความล้มเหลวเป็นเพียงเหตุการณ์ที่เรากำหนดมันขึ้นมา เฉกเช่นเดียวกันกับความสำเร็จที่มันเข้ามาและผ่านไป.
บังเอิญที่ได้มาหรือเสียไป
ถ้าโลกใบนี้มีคำว่าบังเอิญที่ได้มาหรือเสียไป แสดงว่าบางคนไม่จำเป็นต้องทำอะไร เขาก็จะได้รับในสิ่งเหล่านั้นโดยที่เขาเข้าใจว่าทุกสิ่งที่เขาได้ทำลงไปไม่มีความหมายใด ๆ เลย ทำอะไรไปก็ไม่มีความหมาย แสดงว่าเราทุกคนก็จะกลายเป็นคนไม่ดีกันทั้งหมด ก็เพียงเพราะเขาเหล่านั้นไม่รู้ที่มาของคำว่าเหตุมี ผลจึงมีนั่นเอง ทุกสิ่งในชีวิตเป็นสิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้ให้ได้ ไม่ใช่ว่าเราจะไปทึกทักเอาเองว่าจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ชีวิตไม่ได้มีทางให้เลือกเยอะมากมาย มันอาจจะมีแค่หนทางไม่กี่ทางให้เลือกเดิน เราจึงจำเป็นจะต้องเรียนรู้ให้ไวที่สุดว่า อะไรคือสิ่งที่ได้มาหรือเสียไปจริง ๆ สำรวจตัวเองก่อนตัดสินใจว่าอะไรคือหนทางที่ดีที่สุด.
ความรักที่ดีหน้าตาเป็นอย่างไร ความรักที่ไม่ดีหน้าตาเป็นอย่างไร ชีวิตคือสมการของการเรียนรู้ทั้งหมด ไม่มีคำว่าบังเอิญแต่อย่างใด เมื่อความรู้สึกมันรู้ชัดแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องเป็นไป เราก็ต้องเข้าใจว่าความเป็นไปนั้นคืออะไรกันแน่ หมดรัก หรือว่ายังรักอยู่ รู้ว่าเข้ากันไม่ได้ แล้วอะไรกันแน่ที่จะสามารถเข้ากันได้จริง ค้นหาสิ่งที่เราตามหาต่อไป แน่นอนว่ามันต้องใช้เวลามากมาย แต่มันก็คุ้มค่ากับการรอคอยรึเปล่า เมื่อเราเชื่อว่าทุกอย่างมีเวลาของมันเราจะเฝ้ารอ และเริ่มต้นเข้าใจว่าไม่ว่าจะได้มาหรือเสียไป ทุกอย่างก็ต้องมีเหตุผลอยู่วันยังค่ำ ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ หรือเสียอะไรไปฟรี ๆ ราคาของชีวิตก็คือสติปัญญาว่าเราเข้าใจทุกเรื่องได้แค่ไหน.
หนทางที่ดีที่สุดคืออะไร
รับรู้ตามสิ่งที่มันเป็น หนทางใดก็คือหนทางนั้น หนทางที่เราเลือกต่างหากคือหนทางที่ดีที่สุด คนที่เราคบหาและแต่งงานก็ย่อมเป็นคนที่ดีที่สุด แต่มันยากตรงที่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด เมื่อชีวิตมีโจทย์ให้เราทำมากกว่าหนึ่ง มันอาจจะมีมากกว่าแสนล้านหนทาง แต่เราก็ย่อมเลือกเดินได้แค่เพียงหนทางเดียว ความยากที่สุดของชีวิตก็มักจะเป็นการที่เราไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราเป็นมากกว่า เมื่อเรารู้จักตัวเองแล้ว และรู้ชัดว่าคนที่เราตามหาคือใคร จงแสวงหาคนเหล่านั้นชัดเจนกับความรู้สึกตัวเอง ไม่นำคนที่ไม่ใช่เข้ามาในชีวิตมากเกินไป และกล้าตัดใจเมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดใจ การใช้ชีวิตแบบวนเวียนไปเรื่อย ๆ ไม่ช่วยให้ชีวิตนั้นดีขึ้นจริง มันมีแต่จะทำให้ทุกอย่างย่ำแย่ไปโดยปริยาย.
สังเกตความรู้สึกของตัวเองในแต่ละวัน ว่าความต้องการที่สุดในชีวิตของเราคืออะไร เราปรารถนาสิ่งใดมากที่สุด นั่นแหละคือหนทาง หากสิ่งที่เฝ้ารอนั้นไม่ปรากฏก็อาจจะแปลว่าเราต้องตัดสินใจเลือกทางใหม่ ทุกอย่างมีกรอบเวลาที่ชัดเจน มันมีวันเวลาที่แสนเศร้า มีเวลาที่แสนสุข แต่สุดท้ายมันก็จะย้อนกลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี ความสัมพันธ์เป็นเพียงความรู้สึกที่ไม่มีวันจบสิ้น ความคิดที่อยากหรือไม่อยากเป็นเพียงความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่แค่นั้น คนที่กล้าตัดสินใจในวันที่อ่อนแอที่สุด คนนั้นคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด เมื่อเราตัดใจง่ายในวันที่มีเหตุการณ์มารองรับ แบบนั้นไม่เรียกว่าแข็งแกร่งจริง แต่กลับกลายเป็นความอ่อนแออย่างยิ่งเสียมากกว่า.
เวลาเป็นสิ่งเดียวที่มีค่าที่สุด
เวลาจะมาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา มันจะอยู่ข้าง ๆ เราเสมอไม่ไปไหน วันเวลาจะยาวนานหรือลัดสั้นอยู่ที่เราเลือกและตัดสินใจ หากเราต้องการให้เวลาเป็นมิตรที่ดีที่สุดก็จงใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่หากว่าเราต้องการศัตรูอยู่ใกล้ตัวมากที่สุดก็จงใช้เวลาไปกับสิ่งไร้สาระให้มากที่สุดนั่นเอง ไม่มีเวลาไหนที่จะดีไปมากกว่า เวลาของการเฉลิมฉลองการมีเวลาเป็นของตัวเอง เวลาจะสัมพันธ์กับคุณค่าเสมอ คนที่สร้างคุณค่าให้กับคนอื่นได้มาก เขาเหล่านั้นมักจะมีความสุขในตนเอง และหาความหมายของชีวิตได้เจอไวกว่าคนอื่นทั่วไป นั่นคือความน่าอิจฉาของคนธรรมดา แต่เป็นสิ่งสามัญของคนพิเศษ.
จงรักษาเวลาให้ได้นานที่สุด เวลาเป็นสิ่งที่มีค่า ชีวิตก็เฉกเช่นกัน เมื่อมีชีวิต ลมหายใจ ก็ย่อมมีเวลา ใช้เวลาไปกับสิ่งที่เราจะเสียไปกับประโยชน์ เสียเวลามันเสียอยู่แล้ว แต่มันอยู่ที่เราจะเสียไปกับอะไร มีทฤษฎีในโลกนี้มากมายที่จะยื้อเวลาให้ยาวนาน หรือเป็นอมตะ แต่จะไม่มีวิถีทางใดที่จะทำให้เวลานั้นเพิ่มขึ้นมาได้จริง เราแค่หยุดเวลา เราไม่ได้เพิ่มเวลา คนที่เก่งที่สุดจะใช้ทักษะของตนเองเพื่อหยุดเวลาได้นาน และดึงรั้ง รักษา ผดุงดูแล เพื่อให้ธรรมชาตินั้นทำหน้าที่ของมันได้อย่างที่ควรจะเป็น คนดีที่สุดไม่ใช่นึกถึงแค่ตัวเองหรือคนที่ตัวเองรัก แต่ต้องนึกถึงสิ่งที่มีเราในทุกวันนี้ สร้างเรามาให้เรามีโอกาสได้ต่อสู้ นั่นก็คือความสัมพันธ์ที่ดีนั่นเอง.








