Description
มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ เรื่องมีอยู่ว่าแฟนเรากับเพื่อน 2 คน จัดตั้งบริษัทเล็ก ๆ ขึ้นมา เป็นบริษัทฟรีแลนซ์ ทุกคนมีงานประจำอยู่แล้ว แต่แฟนเราก็มีชื่อเป็นกรรมการ ส่วนอีกคนเป็น CEO จัดการทุกอย่าง แต่ละคนมีหน้าที่ดังนี้ค่ะ 1. คนที่เป็น CEO ไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานในช่วงแรก มีหน้าที่แค่จ่ายเงินเข้าบริษัทให้มีเงินหมุนคล่องขึ้น แทนชื่อว่าพี่ เอ 2. คนนี้เป็นคนจัดการทุกอย่างตั้งแต่จัดตั้งบริษัท และในการเปิดครั้งนี้เพราะต้องการลดค่าใช้จ่ายเรื่องภาษีของตัวเอง หาเงินมาใช้หนี้ในส่วนของตัวเอง จึงได้ไปขอทุนจากพี่เอในการทำงานครั้งนี้ แทนชื่อว่าพี่ บี และ 3. แฟนเรามีหน้าที่หลัก ๆ คือ CFO และจัดการปัญหาทุกอย่างที่พี่บีไม่สะดวกทำ เรื่องคือเปิดบริษัทมาจะ 2 ปีแล้ว มักจะมีปัญหาเดิม ๆ ไม่ได้รับการแก้ไขใด ๆ ก็คือ 1. หมุนเงินไม่ทันในบริษัท เพราะพี่บีไม่ชี้แจงการเงิน ว่าเอากำไรจากที่ได้มาไปทำอะไรบ้าง ทำไมไม่เหลือติดบัญชีไว้จ่ายภาษีเลย ทั้งที่พี่เอ ก็เติมเงินมาตลอด เดือนละเป็นล้านแต่ไม่ว่าจะเติมเท่าไหร่พอสิ้นเดือน ตัวเลขก็ยังติดลบอยู่ดี ทั้งที่คำนวณแล้วว่ามันต้องมีกำไรในบรรทัดสุดท้ายแน่นอน จนล่าสุด 6 เดือนมานี้พี่เอเข้ามามีบทบาทที่จะมาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ จนให้คำชี้ขาดว่าถ้าถึงกำหนดครบแล้วถ้าปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข เขาจะขอถอนตัวจากบริษัท แล้วเหมือนปัญหาหลักก็คือไม่อยากจ่ายภาษีแค่นั้นเลย 2. ทุกครั้งที่พี่บีพาฟรีแลนซ์คนอื่นเข้ามา ก็มักจะมีปัญหาตามมา เพราะเขาเข้ามาทำงานแล้วไม่โอเค ให้แฟนเราเข้าไปคุยว่าไม่โอเคที่จะจ้างต่อ ซึ่งแฟนเราก็เตือนตลอดเวลาจะรับใครเข้าทำงาน และ 3. พี่เอกับพี่บี มักจะโทษแฟนเราว่าทำงานไม่คุ้มเงินเดือน เขาทั้ง 2 เป็นคนมาคุยกับเราเอง มาถามเราถึงทราบเรื่องว่าทุกคนคิดยังไงกับแฟนเรา ทั้งที่ความจริงแฟนเราทุ่มเทกับงานให้พวกเขามาก ๆ จนกระทบกับความสัมพันธ์ของเราด้วย ความคิดของพี่ ๆ ก็คือช่วงนี้แฟนเราเป็นอะไรรึเปล่า ทำให้บริษัทเสียเงินตลอด ไม่เสียค่าอะไรเลย แต่ก็ยังได้เงินเดือนอยู่ แล้วสถานการณ์ล่าสุดก็คือ แฟนเราไปเปิดบัตรเครดิตและจะให้พี่บีเอาไปใช้หมุนเวียนในบริษัท ซึ่งเราก็บอกแฟนไปว่าไม่โอเคที่ทำแบบนั้น เราไม่รู้ว่าเราใจแคบไปไหม แต่ปัญหาในบริษัทเรารับรู้หมด เราอยากรู้ว่าควรจะคุยกับแฟนยังไง และมั่นใจว่าแฟนจะเจอปัญหาใหญ่ถ้าเลือกทำแบบนี้ต่อไป ประวัติทั้งสามคนก็สนิทกันตั้งแต่เด็ก สมัยอนุบาลเลย ขอบคุณที่อ่านจบค่ะ
– ปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้ก็คือ บริหารเงินกันไม่เป็นเลย แบบต้องมาทบทวนการเงินใหม่ทั้งหมด แถมการเพิ่มทุนทุกเดือนก็ไม่สมควรด้วย
– การจะทำงานเป็นทีมจำเป็นจะต้องจัดบทบาทที่เราถนัด และมีความสามารถในจุดนั้นจริง เหมือนว่า CFO ไม่ได้รู้เรื่องการเงินเลย
– พื้นฐานการจ่ายภาษีรายได้ที่พึงมี เป็นหน้าที่ของผู้ที่มีเงินได้ตามกำหนดทุกคนตามกฎหมาย ไม่มีเหตุผลที่ไม่อยากจ่ายภาษี
– แถมการจะเอาเงินหมุนจากบัตรเครดิตเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง เพราะดอกเบี้ยจ่ายสูงถึง 16% หากผิดนัดชำระก็เพิ่มขึ้นไปอีก
– ทั้งนี้ ปัญหานี้รอวันสุกงอมอยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไร เพราะคนรับฟังได้แค่การรับฟัง อยากให้เคสนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า เรื่องบางเรื่องดูไว้แต่อย่าทำตามพอ












