ความสุขของชีวิตจะเนื่องด้วยจากความใกล้เคียง ความน่าจะเป็นที่สร้างความสุข เช่น การมีจิตใจเหมือนฟองน้ำ รับในสิ่งที่จะสร้างโอกาสที่ดีได้ และเรียนรู้ต่อสิ่งที่ดีได้ทั้งหมด ไม่จำเป็นจะต้องไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่คิดว่ามันจะนำชีวิตเราไปยังทางที่ไม่ดี นั่นจึงเป็นโอกาสของการตระหนักถึงวิถีทางที่เราควรจะเลือกสรรให้ดีเยี่ยมที่สุด เพราะทุกอย่างมันอยู่ที่ความใกล้เคียง เราใกล้อะไรก็ได้อย่างนั้นแหละแค่นั้นเลย.
ใกล้เคียงธรรมะบ้าง
ธรรมะเป็นสิ่งเดียว และอาจจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราควรจะเข้าใกล้มากที่สุด มันไม่ใช่ว่าเราจะทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง จนหลงลืมไปเลยว่า ชีวิตที่ดีย่อมต้องประกอบไปด้วยคุณสมบัติที่ดีตามไปด้วย ไม่ใช่ว่าทำอะไรโดยการนึกตรึกเอาเองตามธรรมชาติ เพียงเพราะจิตใจมนุษย์มักจะไหลลงไปสู่ที่ต่ำเสมอ แล้วมันก็เลยกลายเป็นจุดที่เราไม่สามารถจะตระหนักรู้ รวมไปถึงตกผลึกได้อย่างแท้จริง หากว่ามันเป็นสิ่งที่ดีจริง สิ่งนั้นต้องอาศัยการพิสูจน์ผ่านช่วงเวลามาอย่างยาวนาว กว่าสิ่งนั้นจะนำมาเป็นที่พึ่ง ที่อาศัยได้ เราก็ต้องใช้เวลาเพื่อจะสังเกตว่าอะไรบ้างที่ดีจริง มันจะสะท้อนมายังจุดที่มั่นคงยาวนาน แต่อะไรที่ไม่ได้ดีขนาดนั้น มันก็เป็นเพียงแค่แง่งามหนึ่งที่เราต้องระมัดระวัง.
เมื่อเวลาเป็นทุกสิ่ง มันจะทำให้เรารู้ว่าถ้าเราใกล้เคียงสิ่งที่ดีมันจะได้รับผลลัพธ์นั้นอย่างไร แล้วอะไรที่เราควรหลีกเลี่ยง มันจะมีลักษณะที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ดีทั้งหมด เหมือนกับการเลือกหนทาง เราก็ต้องสำรวจหนทางแทบจะทั้งหมดก่อน ว่าอะไรคือเป็นทางทั้งหมดที่มีจริง ไม่ใช่ว่าอะไรคือสิ่งที่เราจะต้องเข้าใกล้เพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่ไม่น่าเข้าใกล้ก็มีอยู่อีกมากมายเหลือคณานับ กระนั้นทางที่ดีมันจึงยากมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางแห่งความดี หรือว่าทางรอด ทางออก มันก็เลยเป็นผลต่อเนื่องที่ยากตามไปเช่นกัน จงใช้เวลาทั้งชีวิตตามหาทางที่ดีให้ได้ มันจะช่วยทำให้ทุกอย่างสดใสในบั้นปลาย แถมเราก็จะรับรู้ได้ด้วยว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำที่สุดใน ณ ตอนนี้.
แรงดึงดูดที่ไม่สามารถต้านทานได้
กิเลสเป็นสิ่งที่ต้านทานได้ยากอย่างยิ่ง มันยั่วยวนจิตใจเราให้ไหลลงต่ำเสมอ มันทำให้เราจมจ่อมอยู่กับอารมณ์ที่ไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้นได้จริง มิหนำซ้ำมันยังซ้ำเติมจิตใจให้ด้านชา แล้วก็กลายเป็นโรคทางจิตทางใจต่อเนื่องไปไม่มีวันสิ้นสุด ฝึกฝนการตัดสินใจให้เฉียบคม ไม่ว่าจะเลือกทางใดเราย่อมต้องรับผลจากทางนั้น แรงดึงดูดมันจะแข็งแกร่งสักเพียงใด เราก็ต้องบอกกับตัวเองให้ได้ว่า ชีวิตมีทางเดินมากมายที่จะทำให้อนาคตเราเปลี่ยนแปลงไป โดยหารู้ไม่ว่า ทุก ๆ การตัดสินใจ จะมีทางที่ดี และไม่ดีงอกขึ้นมาตลอดเวลา มันจึงเป็นช่วงเวลาที่ยากว่าเราจะเลือกอะไร แล้วมันเป็นเพราะอะไรกันแน่จากการที่เราเลือกนั้น.
หลังจากที่เราฝึกฝนตนเองมากพอแล้ว เราจะรู้ว่าต่อให้เราเจออุปสรรคสักเพียงใด มันก็เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ว่าอะไรก็ตามมันจะต้องผ่านไป ไม่ว่าช่วงที่ดีหรือไม่ดีก็ตาม จากจุดเริ่มต้นที่ยากจะบอกได้ กลายเป็นจุดจบที่ง่ายจะอธิบาย รวมไปถึงสามารถมอบวิชานี้ให้กับผู้คนมากมายได้อีก มันไม่มีสูตรสำเร็จในชีวิตว่าเราจะต้องทำอะไร หรือไม่ต้องทำอะไร ขอให้เลือกตามที่จิตใจบอกเรามา แล้วนั่นแหละจะเป็นตัวชี้วัดว่าจิตใจเราเป็นไปอย่างไร การผ่านพ้นประสบการณ์หนึ่งมาได้ มันก็มักจะมอบอะไรให้กับเรามาบ้าง แต่มันจะไม่มอบอะไรให้กับคนที่ไม่ได้น้อมนำสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกันด้วย จงเลือก จงตัดสินใจ และจงยอมรับผลนั้นเสมอ.
คบเพื่อนเช่นไรก็เป็นคนเช่นนั้น
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเข้าใกล้ธรรมะก็คือการคบหาเพื่อนที่ดี แน่นอนว่าเพื่อนที่ดีย่อมบ่งชี้ไปยังจุดที่สำคัญมากว่า อะไรเป็นส่วนสำคัญที่สุดของการดำเนินชีวิตต่อไป นั่นก็คือการตระหนักว่า คนข้าง ๆ เราทุกวันนี้เขาใช้ชีวิตเป็นไปอย่างไร เพราะว่าถ้าเราไม่ได้สังเกตอะไรเลย ชีวิตเฉลี่ยมวลรวมของคนที่อยู่ข้าง ๆ เรามันจะกลายมาเป็นชีวิตเราในทันที สิ่งเหล่านี้ไม่ได้จะสื่อว่าให้เราไปไล่หาเพื่อนดี ๆ เข้ามายังชีวิต แต่มันคือการเตือนสติว่า เรากำลังเสพสื่ออะไรอยู่ ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีโอกาสได้มีเพื่อนที่ดีจริง ๆ แต่เราสามารถเฟ้นหาสื่อที่ยอดเยี่ยมได้เสมอ แล้วมีอยู่ทุกที่ทุกทาง ไม่มีวันหยุด หรือว่าวันพักใด ๆ นั่นคือสื่อที่เราเสพอยู่ตลอด.
มันจึงเป็นคำตอบว่าจงระมัดระวังการที่เราไม่รู้จักตนเอง ไม่รู้ว่าชีวิตคืออะไรแถมไม่รู้ด้วยว่าเพื่อนเราที่แวดล้อมตัวเราอยู่นี้ กำลังมีวิถีชีวิตไปยังทิศทางใดกันแน่ อย่าเพิกเฉย อย่าละเลย เพราะทุกแง่มุมแง่งามจากทุกสรรพสิ่ง จะมาเป็นเงื่อนงำอย่างแน่นอน ไม่ใช่ว่าเราจะต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย แต่แค่เปลี่ยนความคิดในทุกวันว่าเราคิดอย่างไร พูดอย่างไร รวมไปถึงทำอย่างไร แล้วมันก็จะปรากฏเด่นชัดมากยิ่งขึ้นตาม ว่าวันและเวลาที่ผ่านพ้นไปอยู่ดี หลังจากที่เราได้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงแล้ว ก็ให้ตระหนักต่อไปด้วยว่าเพื่อนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของห้วงเวลา หลังจากนั้นมีอะไรอีกมากมายที่เราจำเป็นจะต้องค้นหาต่อไปอีก.
คู่ชีวิตคือคนที่จะอยู่กับเราไปทั้งชีวิต
ทั้งหมดของชีวิตก็คือคู่ชีวิต เพียงเพราะคู่ชีวิตคือคนที่จะอยู่หลังจากที่เรานั้นได้ตกผลึกในชีวิตต่อไป หลายคนไม่ตกผลึกก่อนการเจอคู่ชีวิต ก็เลยไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรต้องน้อมนำไป การเลือกคู่ชีวิตจึงเป็นศิลปะมากกว่าหลักสูตร เพียงเพราะความเหมาะสมไม่ได้อยู่ที่อะไร แต่อยู่ที่บุคคลนั้นได้รู้ว่าตัวเองต้องการคนแบบไหนจริง ๆ ในชีวิต มันเหมือนว่าเราก็แค่เป็นคนธรรมดา ที่ตามหารักแท้ แต่ในความเป็นจริงแล้วสถานที่ไม่เคยบ่งชี้ถึงการเข้าใกล้ แต่กลับกลายเป็นจิตใจ และจิตวิญญาณเสียมากกว่าที่ดึงดูดเราเข้ามาหากัน หลายคนจึงหลงทางในการหาคู่ชีวิต และคิดเอาเองว่าคู่ชีวิตคงจะเลือกเอาเองตามรายการที่เราหมายปอง ซึ่งความจริงไม่ใช่แบบนั้น.
คำว่าเลือกคู่ชีวิตให้ดีที่สุดจึงไม่สามารถเป็นไปได้จริง ก็เพียงเพราะเราไม่ได้เลือก และคู่ครองก็ไม่ได้เลือกเรา แต่เราแค่มีหนทางที่จำเป็นจะต้องอยู่ด้วยกันก็เลยเป็นส่วนที่เราจะต้องยอมรับว่า คนที่เหมาะสมกับโชคชะตาเรามากที่สุด จึงจะได้ครองคู่กันไป สายใยโยงใยที่ถูกถักทอผ่านจิตวิญญาณนั้น เลยเป็นคำตอบว่าคน ๆ นี้เป็นคนที่เหมาะสมกับความใกล้เคียงของเรามากสุด คู่ชีวิตก็เลยเป็นแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทานได้ มันคือจังหวะ มันคือทิศทางลม และมันคือทุกสรรพสิ่งที่เราอาจจะอธิบายไม่ได้ว่า ทำไมถึงต้องรักคน ๆ นี้ และทำไมเราถึงต้องใช้ชีวิตคู่กันไปตราบนานเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นวิบากกรรมหรืออะไรก็ตามแต่ นั่นแหละเป็นหนทางของธรรมชาติ.








